เลนส์โปรเกรสซีฟ (Progressive Lens)

เลนส์โปรเกรสซีฟ คือ เลนส์ที่มีค่าสายตาหลายๆค่าสายตาไล่เรียงกันอยู่บนเลนส์ชิ้นเดียวโดยที่ค่าสายตามองไกลจะอยู่ด้านบนของเลนส์แล้วค่อยๆไล่ลงมาจนถึงค่าสายตาอ่านหนังสือซึ่งจะอยู่ด้านล่างของเลนส์จึงทำให้คนที่มีสายตายาวตามอายุ (ประมาณ40ปีขึ้นไป)สามารถใช้แว่นตัวเดียวมองได้ชัดทั้งระยะไกลและระยะใกล้

  • Impression FreeSign 3
  • Impression 2
  • Multigressiv MyLife 2
  • Multigressiv MyView 2
  • Progressiv PureLife Free 2
  • Progressiv Life Free 2
  • Zeiss Progressive Precision Individual 2
  • Zeiss Progressive Precision Superb
  • Zeiss Progressive Precision Plus/ Plus Asiana
  • Zeiss Progressive Precision Pure
  • Zeiss Progressive Precision Classic
  •  Zeiss DriveSafe Lens
  • HOYALUX TRINITY
  • HOYALUX ID
  • HOYALUX ID LIFESTYLE V+ X-Act
  • HOYALUX ID LIFESTYLE V+
  • HOYALUX LIFESTYLE BALANSIS
  • HOYALUX FD
  • PREMIUM DYNAMIC
  • SUMMIT DYNAMIC
  • AMPLITUDE DYNAMIC

 

  • SEE MAX
  • PRESIO POWER
  • PRESIO W
  • PRESIO ADVANCE
  • PRESIO GO
  • VARILUX S Series 
  • VARILUX Physio 3.0
  • VARILUX Comfort 3.0
  • VARILUX Liberty 3.0
  • ADAPTAR DIGITAL @ SHORT DIGITAL 
  • NEUROGRAN
  • MTi GR-RESONAS
  • GR-RESONAS
  • RESONAS WS
  • RESONAS FIT
  • SEIKO SOPERIOR
  • SEIKO EMBLEM
  • SEIKO SYNERGY-X
  • SEIKO SYNERGY
  • SEIKO UJ
  • Autograph III
  • Autograph Intouch
  • Autograph Plus
  • Autograph
  • Element

Q:เลนส์โปรเกรสซีฟคืออะไร?

A:เลนส์โปรเกรสซีฟคือเลนส์ที่มีค่าสายตาหลายๆค่าสายตาไล่เรียงกันอยู่บนเลนส์ชิ้นเดียวโดยที่ค่าสายตามองไกลจะอยู่ด้านบนของเลนส์แล้วค่อยๆไล่ลงมาจนถึงค่าสายตาอ่านหนังสือซึ่งจะอยู่ด้านล่างของเลนส์จึงทำให้คนที่มีสายตายาวตามอายุ(ประมาณ40ปีขึ้นไป)สามารถใช้แว่นตัวเดียวมองได้ชัดทั้งระยะไกลและระยะใกล้

 

Q:จำเป็นไหมที่จะต้องใช้เลนส์โปรเกรสซีฟ?

A:ตอบแบบกำปั้นทุบดินเลยว่า ไม่จำเป็นครับ เราต้องทำความเข้าใจก่อนว่าเลนส์โปรเกรสซีฟไม่ใช่เลนส์วิเศษที่จะสามารถตอบโจทย์การใช้งานได้ทุกอย่างเลนส์แต่ละประเภทถูกออกแบบมาให้ใช้งานต่างกันครับ เลนส์โปรเกรสซีพถูกออกแบบมาโดยเน้นการใช้งานระยะไกลเป็นหลัก สังเกตได้จากรูปโครงสร้างของเลนส์โปรเกรสซีฟ(ไม่ว่าถูกหรือแพง)จะมีพื้นที่ในการมองระยะไกลเยอะที่สุด พื้นที่รองลงมาคือพื้นที่ระยะใกล้ที่ใช้สำหรับอ่านหนังสือ ส่วนพื้นที่ๆมีให้น้อยที่สุดคือพื้นที่ระยะกลางที่มีใว้สำหรับใช้งานคอมพิวเตอร์ เพราะฉะนั้นถ้าเราจะตัดเลนส์โปรเกรสซีฟไม่ว่าจะถูกหรือแพงเพื่อมาใช้งานคอมพิวเตอร์วันละ 4-8 ชม.คงต้องบอกว่ามันเป็นการเลือกใช้เลนส์ที่ผิดวัตถุประสงค์ครับ

 

Q:อยากใช้เลนส์โปรเกรสซีฟแต่กลัวใส่ไม่ได้?

A:เลนส์โปรเกรสซีฟเป็นเลนส์ที่มีความละเอียดอ่อนในตัวของมันเองครับ เพราะฉะนั้นการทำเลนส์โปรเกรสซีฟนั้นจำเป็นที่จะต้องใส่ใจในรายละเอียดให้มากๆ การตัดเลนส์โปรเกรสซีฟแล้วใช้งานไม่ได้ส่วนใหญ่จึงมาจากการทำงานไม่ละเอียดครับ เริ่มตั้งแต่การวัดสายตามีความละเอียดแค่ไหน ค่าสายตาที่ได้มีความถูกต้องแม่นยำหรือไม่ การตั้งตำแหน่งของตาบนแว่นแม่นยำแค่ไหน การเลือกโครงสร้างของตัวเลนส์เข้ากับพฤติกรรมการใช้สายตาหรือไม่ การประกอบเลนส์เข้ากับแว่นได้มาตรฐานแค่ไหน บริษัทเลนส์ผลิตเลนส์ได้มาตรฐานตามที่สั่งไปหรือไม่ จนไปถึงการให้ข้อมูลและอธิบายการใช้งานกับผู้ใช้เลนส์โปรเกรสซีฟ เพราะฉะนั้นไม่ต้องกลัวที่จะใส่ไม่ได้ครับ เพียงแต่ต้องเลือกร้านที่มีความละเอียดในทุกๆขั้นตอนครับ

 

Q:ทำไมร้านแว่นแนะนำแต่เลนส์โปรเกรสซีฟแพงๆ?

A:ผมขอให้นิยามคำว่าแพงที่ผมเข้าใจก็คือเลนส์ที่มีราคาสูงเกินกว่าความจำเป็นของผู้ใช้งาน เลนส์แพงดีกว่าเลนส์ถูกแน่นอนครับ อันนี้เป็นเรื่องที่ผู้ใช้เข้าใจได้ แต่สิ่งที่ผู้ใช้อาจจะไม่เคยรับรู้เลยก็คือตัวเขาเองจำเป็นที่จะต้องใช้เลนส์ที่มีราคาสูงมากน้อยแค่ไหน หรืออะไรคือสิ่งที่จะได้รับเมื่อจะต้องจ่ายในราคาที่สูงขึ้น รวมไปถึงความคุ้มค่าของเลนส์ที่ได้กับจำนวนเงินที่จ่าย อันนี้เป็นคำถามที่ควรจะต้องถามก่อนที่จะตัดสินใจเลือกเลนส์โปรเกรสซีฟตัวใดตัวหนึ่ง เพราะในปัจจุบันเลนส์โปรเกรสซีฟในท้องตลาดมีให้เลือกใช้เยอะมากหลากหลายยี่ห้อ รวมๆแล้วกว่า 100 รุ่น ในมุมมองของผมเลนส์โปรเกรสซีฟราคาสูงๆนั้นไม่ได้จำเป็นสำหรับทุกคนเสมอไป มันขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายๆอย่าง อย่างแรกที่เป็นตัวตัดสินก็คือค่าสายตา ในกรณีที่ค่าสายตาไม่ได้มีความซับซ้อน เลนส์ที่มีราคาต่างกัน 10 เท่าอาจจะมีความต่างกันแค่ 10% ก็ได้ ซึ่งมันเป็นเรื่องของความคุ้มค่า และความพอใจที่จะจ่ายของผู้ใช้เลนส์โปรเกรสซีฟทุกท่าน

 

Q:เลนส์ราคาถูกกับเลนส์ราคาแพงต่างกันอย่างไร?

A:ถ้าพูดให้เข้าใจง่ายๆก็คือต่างกันที่ความสามารถในการจัดการกับพื้นที่ภาพบิดเบือนที่อยู่ด้านข้าง เลนส์ที่มีราคาสูงกว่าจะสามารถจัดการกับพื้นที่ภาพบิดเบือนได้ดีกว่า การมองเห็นเป็นธรรมชาติกว่า รบกวนการมองน้อยกว่า ปรับตัวได้ง่ายกว่า แต่ไม่สามารถทำให้หายไปได้ เพราะฉะนั้นอย่าตั้งความหวังว่าเลนส์ราคาสูงๆจะทำให้ภาพบิดเบือนด้านข้างหมดไป จะสามารถมองตรงไหนของเลนส์ก็ได้ เพราะมันไม่มีทางที่จะทำให้หายไปได้

 

Q:ต้องปรับตัวนานแค่ไหน?

A:โดยปกติแล้วการใช้เลนส์ใหม่ไม่ว่าจะเป็นเลนส์โปรเกรสซีฟหรือเลนส์อื่นๆก็จะต้องใช้เวลาในการปรับตัวกันทั้งนั้น ซึ่งเวลาที่ใช้นั้นจะช้าหรือเร็วก็ขึ้นอยู่กับความสามารถในการปรับตัวของแต่ละคนด้วยเช่นกัน แต่ถึงจะปรับตัวช้ายังไงก็ไม่ควรเกิน 2 สัปดาห์ครับ เนื่องจากการปรับตัวที่เกิดขึ้นมาจากการปรับการรับรู้ของสมองครับ ซึ่งสมองจะสามารถปรับตัวได้ภายใน 2 สัปดาห์ ถ้าเกิน 2 สัปดาห์ยังปรับตัวไม่ได้แสดงว่าเลนส์ที่ทำมาเกิดปัญหาอย่างใดอย่างหนึ่งขึ้นแน่นอนแล้วครับ

ตัดแว่นสายตา, Eye Glasses shop, แว่นลาดพร้าว, แว่นวังหิน, วัดสายตา, ออกแบบเลนส์, ปรึกษาเรื่องสายตา, ปรึกษาเรื่องสายตาสั้นมาก, พอใจออพติก, ปัญหาสายตา, รับตัดแว่น, แว่นสายตาสั้นกรองแสง, ตัดแว่นกรองแสง, เลนส์ปรับแสง, ร้านแว่นตา, ร้านแว่น วังหิน, ร้านแว่น ลาดพร้าว, คอนแทคเลนส์สายตา, เลนส์สายตา, กรอบแว่น, Low price eye glasses, แว่นสายตา rayban, ตรวจวัดสายตาโดยทัศนมาตร, Eyewear, Quality glasses with low price, ตัดแว่น ตัดแว่นสายตา, ร้านแว่น, แว่นลาดพร้าว, แว่นวังหิน, วัดสายตา, ออกแบบเลนส์, ปรึกษาเรื่องสายตา, ปรึกษาเรื่องสายตาสั้นมาก, พอใจออพติก, ปัญหาสายตา, รับตัดแว่น, แว่นสายตาสั้นกรองแสง, ตัดแว่นกรองแสง, เลนส์ปรับแสง, ร้านแว่นตา, ร้านแว่น วังหิน, ร้านแว่น ลาดพร้าว, คอนแทคเลนส์สายตา, เลนส์สายตา, กรอบแว่น, แว่นสายตาราคาถูก, แว่นสายตา rayban, ตรวจวัดสายตาโดยทัศนมาตร, แว่นตา, ตัดแว่นตาคุณภาพราคาถูก, ตัดแว่น